สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ
ข้อ 7 คำถาม นายเสือหลอกนายช้างว่ามาสามารถหางานในต่างประเทศให้ทำได้ นายช้างหลงเชื่อจ่ายเงินให้นายเสือไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม จำนวน 100,000 บาท ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม นายช้างฟ้องนายเสือเป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงที่ศาลแขวงพระนครเหนือโดยมิได้ร้องทุกข์ ซึ่งตามฟ้องระบุว่านายช้างรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม เหตุเกิดที่แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน นายช้างยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง โดยขอแก้สถานที่เกิดเหตุจากเดิมเป็นเหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และขอให้โอนคดีไปศาลแขวงพระนครใต้ ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำสั่งอนุญาตให้นายช้างแก้ฟ้องได้ ส่วนที่ขอโอนคดีไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำได้ให้ยกคำร้องส่วนนี้และให้เพิกถอนคำสั่งรับฟ้อง และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้อง ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความในวันที่ 3 เมษายน ดังกล่าว
ก. นายช้างได้ยื่นฟ้องนายเสือเป็นคดีใหม่ในข้อหาเดิมต่อศาลแขวงพระนครใต้เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายเสือยื่นอุทธรณ์คดีก่อนต่อศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่ 20 เมษายน ศาลแขวงพระนครใต้ไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้องไว้พิจารณา นายเสือให้การปฏิเสธ คู่ความสืบพยานแล้ว พยานหลักฐานฟังได้ว่าฟังได้ว่านายเสือกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้องและมีการฟ้องคดีก่อนกับมีอุทธรณ์คดีก่อนดังกล่าวข้างต้น
ข. หากไม่มีผู้ใดอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องในคดีก่อนของศาลแขวงพระนครเหนือ ต่อมานายช้างได้ยื่นฟ้องนายเสือเป็นคดีใหม่ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม โดยบรรยายฟ้องถึงการกระทำ เวลา และรายละเอียดอย่างเดียวกันแต่ขอให้ลงโทษในความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางานและฐานฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ กับฐานฉ้อโกง โดยบรรยายฟ้องว่าได้ฟ้องคดีที่ศาลแขวงพระนครเหนือก่อนภายในอายุความแล้ว ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งจำหน่ายคดี นายช้างจึงมาฟ้องนายเสือเป็นคดีต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ประทับฟ้องไว้พิจารณาคู่ความสืบพยานแล้ว พยานหลักฐานฟังได้เพียงว่า นายเสือกระทำผิดฐานฉ้อโกงเท่านั้น
ให้วินิจฉัยว่า ศาลแขวงพระนครใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้จะพิพากษาคดีดังกล่าวอย่างไร
คำตอบ ก.นายช้างฟ้องนายเสือเป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงพระนครเหนือเพิกถอนคำสั่งเดิมและมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ให้จำหน่ายคดีออกจาก สารบบความ นายเสือยื่นอุทธรณ์ คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ห้ามโจทก์ฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหหรือศาลอื่น การที่นายช้างได้ยื่นฟ้องนายเสือใน ข้อหาเดิมต่อศาลแขวงพระนครใต้ซึ่งเป็นการกระทำในคราวเดียวกันกับคดีก่อนแม้นายเสือจำเลยจะเป็นผู้ยื่นอุทธรณ์หลังจากนายช้างยื่นฟ้องคดีนี้แต่เมื่อคดีเดิมยังไม่ยุติ กล่าวคือยังอยู่ระหว่างการ พิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก็ถือว่าคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา ห้ามโจทก์ฟ้องในเรื่องเดียวกัน ต่อศาลเดียวกันหรือศาลอื่น ฟ้องของนายช้างในคดีนี้จึงเป็นฟ้องต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาดความแพ่งมาตรา 173 (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาตรา 15 ศาลแขวงพระนครใต้ต้องพิพากษายกฟ้อง(คำพิพากษาฎีกาที่ 8068/2547)
ข. แม้นายช้างฟ้องนายเสือเป็นจำเลยตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางานและฐาน ฉ้อโกงประชาชน วึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ด้วย แต่ศาลอาญากรุงเทพใต้ประทับฟ้องไว้ พิจารณา คู่ความสืบพยานแล้ว พยานหลักฐานฟังได้เพียงว่า นายเสือกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อไม่มีการร้องทุกข์นายช้างต้องฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เมื่อนายช้างฟ้องคดีนี้เกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันดังกล่าว คดีจึงขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) (คำพิพากษาฎีกาที่ 4752/2545) แม้นายช้างจะได้ฟ้องคดีที่ศาลแขวงพระนครเหนือก่อน ภายในอายุความแล้ว ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งจำหน่ายคดี นายช้างจึงมาฟ้องนายเสือเป็นคดีต่อ ศาลอาญากรุงเทพใต้ บทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา มาตรา 15 มีความหมายชัดแจ้งว่า จะนำบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับใน การพิจารณาคดีอาญาได้เฉพาะที่ในกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติ เกี่ยวกับวิธีพิจารณาข้อนั้นและให้นำมาใช้บังคับเพียงเท่าที่จะใช้บังคับได้ แต่บทบัญญัติมาตรา 4 วรรคสอง และมาตรา 193/17 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ใช่ บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงนำมาใช้บังคับกับการพิจารณาคดีอาญา ไม่ได้ ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญายังได้บัญญัติในมาตรา 185 วรรคหนึ่ง ว่า ถ้าศาลเห็นว่าคดีขาดอายุความแล้วให้ศาลยกฟ้องโจทก์ จึงเป็นกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีรพิจารณา ความอาญาได้บัญญัติวิธีพิจารณาเกี่ยวกับอายุความไว้โดยเฉพาะ และไม่ใช่กรณีที่จะนำประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ อายุความจึงมิได้สะดุดหยุดลง คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ศาลอาญากรุงเทพใต้จึงต้องยกฟ้อง (คำพิพากษาฎีกาที่ 588/2546,1305/2547)
คำพิพากษาฎีกาที่ 8068/2547 คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายซึ่งบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศไทยอันเป็นยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบและมี แสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นแสตมป์ปลอม ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้อง เพราะเห็นว่าเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าประเทศกลางใน ระหว่างระยะเวลาอุทธรณ์โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งยาสูบที่มิได้ปิด แสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองเกินกว่า 500 กรัม มีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมหรือ เพื่อออกใช้โดยรู้ว่าเป็นแสตมป์ยาสูบปลอม วึ่งเป็นการกระทำในคราวเดียวกันกับคดีก่อน แม้จำเลยทั้งสองจะยื่นอุทธรณ์หลังจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ แต่เมื่อคดีเดิมยังไม่ยุติฟ้องโจทก์ในคดีนี้ จึงเป็นฟ้องซ้อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 (1) ประกอบด้วยาประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
คำพิพากษาฎีกาที่ 4752/2545 แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 และข้อหาจัดหางานให้คนหางานไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 30,82 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ แตด่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 และยกฟ้องความผิด ตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ ซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์ ความผิดทั้งสองฐานจึง ถึงที่สุด โจทก์จะฎีกาว่าจำเลยกระทำผิดสองฐานนี้อีกไม่ได้ และเมื่อฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้ เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 96 เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์เพื่อ ดำเนินคดีแก่จำเลยเกินกว่า 3 เดือน นับแต่วันดังกล่าว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา 96 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป. วิ.อ. มาตรา 39 (6) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาฎีกาที่ 588/2546 ป.อ. ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 ได้บัญญัติเรื่องอายุความ คดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้ว หาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงหรือเลิกนับ อายุความร้องทุกข์อันจะนำ ป.พ.พ.มาใช้บังคับไม่ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแขวงดุสิต ภายในกำหนดอายุความแต่เมื่อคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงดุสิต ซึ่งศาลแขวงดุสิตมีคำสั่ง จำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องศาลแขวงพระนครใต้อีกเมื่อพ้นกำหนด อายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น